How the day

สัมภาษณ์อาชีพ Passenger sevice officer

สัมภาษณ์อาชีพ Passenger sevice officer

     มาพบกันอีกแล้วนะครับกับการสัมภาษณ์อาชีพ Passenger service officer แน่นอนครับอันนี้ก็จะเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่หลายๆ คนไฝ่ฝันอยากจะเป็นกันนะครับ ทำงานในสนามบินแอร์เย็นๆ พอเจอกับเช้าต่างชาติเรามาดูกันดีกว่าครับว่า อาชีพ Passenger service officer ต้องเตรียมตัวยังไงกันบ้างวันนี้ทาง Howtheday ก็เลยเอาเพื่อนตัวเองเนี่ยแหละครับมาแบ่งเล่าประสบการณ์การทำงานในสายนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ

สัมภาษณ์อาชีพ passenger sevice officer

 

แนะนำตัวหน่อยครับ

– สวัสดีค่ะ ชื่อ ณัฐธฌาย์ พรหมประดิษฐ์ ชื่อเล่นชื่อ ฟองเบียร์ อายุ 27 ขวบ (ใช้ขวบได้ไหม) เพื่อนสนิทมากๆจะเรียน นัทยาบิบ้าง,นยบ.บ้าง ,ณัฐบ้าง ฟองเบียร์บ้าง เอาเป็นว่าฟองหันหมด 😂😂

เรียนจบจากที่ไหนมาครับ

-มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ สาขาธุรกิจการบิน ขอออกตัวก่อนเลยว่าไม่ง่ายเลยเอาซะเลย เพราะเปนสาขาวิชาเฉพาะทาง ต้องใช้บุคลากรที่เป็นตัวจริงมีประสบการณ์ตรง บางท่านก็ยังดำรงตำแหน่งนั้นๆอยู่ในปัจจุบันด้วย ปี1เข้าไปเหมือนโดนปรับนิสัยเรียนรู้เรื่องของการตรงต่อเวลาสำคัญมากจริงๆและวิชา make up class หรือที่เราเรียกกันว่า Grooming  นั้นเองค่ะ วิชาpersonality ต่างๆ ในขั้นแรก กฎระเบียบที่เข็มงวด พี่เรียนที่นี้มาไม่เคยได้ทำสีผมเลย จะทำได้คือช่วงปิดเทอม 55555555 ปีหนึ่งเป็นอะไรที่หินมากๆแล้วถ้าคุณไหวคุณก็ไปต่อ ส่วนรายวิชาเรียนในปี1 ก็จะเป็นวิชาพื้นฐานเหมือนกันทุกมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นมานี้ซิ เราถึงเริ่มรู้ว่า อ๋อ มันมีหลากหลายอาชีพมากในวงการธุรกิจการบิน และทุกอาชีพก็มีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไปหลังจากจบมาก็ยังรู้สึกว่า วงการธุรกิจการบินมีเสน่ห์อยู่ดี แต่เนื่องด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่แข็งแรงจึงตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ประเทศฟิลิปิน อยู่2ครั้งช่วงที่เรียนที่มหาลัยเลยตอนนั้นมีความคิดว่า ถ้าเรียนจบไปแล้วเราต้องเริ่มต้นทำงานมันจะไม่มีโอกาสทำสิ่งพวกนี้แล้วแน่ๆ ฟองก็เป็นคนที่ไม่อยากให้ปัจจุบันมองเห็นตัวเองในอดีตแล้วพูดว่า

 ” เสียดาย…ถ้าตอนนั้นทำแบบนี้คงดี” เลยใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ไม่เดือดร้อนใครและไม่เป็นภาระของสังคมก็พอค่ะ พอกลับมาด้วยความร้อนวิชา+ความร้อนเงินด้วย ฮ่าๆ จึงตัดสินใจไปสมัครครูสอนภาษาอังกฤษเด็กที่สถาบันเอกชนแห่งนึง ก็สอบวัดผลสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ ผ่านมาได้โดนโทรตามตัวให้ไปเริ่มงาน แต่..ในใจตอนนี้นคิดว่าไม่ได้อยากจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเด็ก อยากจะทำงานที่ท้าทายไม่จำเจอยากเที่ยวความยากครอบงำจิตใจ จังหวะนั้นสายการบินสีเหลืองเส้นทาง Inter line  เปิดรับสมัครพนักงานภาคพื้นรอบพิเศษเพิ่ม3คน ซึ้งแน่นอนค่ะวันไปส่งเอกสารและนัดูสัมภาษณ์เราจะเจอผู้สมัครอยู่7คนแล้วฟองก็ผ่านมาได้ เจอหน้าเพื่อนสามคนก็เริ่มทยอยกันออก รู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของเราหลายๆอย่างยังไม่ใช่ ออกซิรออะไร!! จังหวะนั้นเหมือนฟ้ามีตามากโชคดีที่สายการบินพี่สิงเปิดรับสมัคร passengers service officials รอบฟองสมัครแบ่งเปนเรียนสองรอบ รอบละ30คน รวมเป็น 60คน คัดเข้ามาแค่11คน ท้าทายสมใจไหมละ !! แล้วฟองก็เป็น1ใน 11คนนี้ ปัจจุบันนี้ก็ทำอยู่แล้วสนุกกับงานที่ทำมากค่ะ

ทำไมถึงได้มาสนใจอาชีพนี้ได้ครับ

-อยากให้ทุกคนลองถามตัวเองว่าเรารักหรือชอบงานตรงนี้ที่เราทำอยู่ไหม เรามีความสุขที่จะทำมันไปโดยที่ไม่สร้างความเครียดให้ตัวเองหรือได้ยินเสียงตัวเองในหัวตลอดเวลาว่า ฉันอยากลาออก ฉันเบื่อ ฉันเกลียดนั้นนี้ตลอดเวลา365วันไหม  คนที่เค้ามีความสุขในการทำงานจนประสบความสำเร็จ (ไม่ใช่รวยเงินอย่างเดียวนะค่ะแต่รวยความสุขคนรอบข้างอยู่ด้วยก็มีความสุข) แต่มันไม่ได้มาจากการนั่งรอโอกาส แต่เราต้องสร้างโอกาสด้วยตัวเอง ถ้าเราถามตัวเองแล้วว่า งานที่ทำอยู่ฉันไม่มีความสุข ฟองขอแนะนำให้เดินไปหางานใหม่ งานที่คุณเห็นคุณค่าของมัน แล้วงานตรงนั้นจะมอบคุณค่าให้กับคุณเองโดยไม่มีเงื่อนไขเลยค่ะ คุณไม่จำเป็นต้องอ้างเลยว่ารอผ่านโปร รอครบปีรอเงินประกัน เรื่องพวกนี้ข้ออ้างมากถ้าเราเจ๋งจริงเก่งจริงไม่มีงานที่ไหนไม่อยากรับคนเก่งหลอกค่ะ ชีวิตเราเราเลือกที่จะทำได้เสมอ แต่ขอให้ถามตัวเองให้ดีๆว่า มันเป็นที่ตัวเราเองรึเปล่า

ไหนลองอธิบายการทำงานของหน้าที่ ( passenger sevice officer)หรือที่หลายๆคนเรียกว่า ground service

-เป็นงานที่ครอบคลุมจักวาลมากๆค่ะแต่มีขอบเขต ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆระหว่าง Flight attendant กับ Passengers service หรือ Ground  อำนาจในสนามบินจนถึงส่งผู้โดยสารถึงประตูเครื่องอันนี้คืออำนาจของ Ground Staff  เราเป็นคนตัดสินใจอนุญาติหรือไม่อนุญาติอะไรตามที่เราได้รับการอบรมมาก่อนปฎิบัติงานจริง ตาม SOP ของบริษัทอยู่แล้ว เมื่อผู้โดยสารถึงเครื่องบินอันนี้จะเป็นอำนาจของลูกเรือและกัปตันที่เราจะต้องอำนวยความสะดวกให้เค้าในเรื่องของการติดต่อประสานงานด้านต่างๆเช่นตามพี่ๆ Inflight Service ,Cargo Loaders, Cleaning,Red Cap, Engineers เวลาที่เค้าต้องการ เพื่อให้ตัวอากาศยานหรือเครื่องบินพร้อมบริการผู้โดยสารทุกท่านถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัยที่สุดค่ะ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ IATA ( International Air Transports Association ) ICAO (International Civil Aviation Organization)  FAA (Federal Aviation Administration ) Caat ( The Civil Aviation Authority of Thailand) และอีกหลายๆภาคส่วน ขอไม่อธิบายนะค่ะมันละเอียดอันนี้ฟองได้มีโอกาสเรียนรู้เพราะเรียนในสาขาธุรกิจการบินเลยจำเป็นต้องรู้ ค่ะอันนี้คืองานโดยรวม แต่ถ้าให้อธิบาย Detail ต่างๆ ให้มองชัดขึ้นคือ ทำหน้าที่ Check in ผู้โดยสาร ตรวจสอบสุขภาพผู้โดยสารก่อนทำการรับ ตั๋ว ( Boarding Pass) ทำการปรับเปลี่ยนที่นั่งผู้โดยสารตามกายภาพ เช่น ต้องสังเกตุว่าผู้โดยสารคนนี้ตั่งครรณ์ไหม? มีใบรับรองแพทย์ไหม? มีการผ่าตัดใหญ่รวมถึงการศัยกรรมไหม? หรือผิดปกติด้านการได้ยินหรือการมองเห็นรึเปล่าสูงอายุหรือเด็กเกินกว่าจะเดินทางรึไม่ ตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในสัมภาระผู้โดยสารทั้งใบที่โหลดใต้ท้องเครื่องและสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่อง การแก้ปัญหาต่างๆของผู้โดยสารการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมากภาษาไทย อังกฤษ จีน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้ผู้โดยสารมีทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ละวันก็จะเจอแต่ความท้าทาย พอจบในส่วนของ check in  อันดับต่อไปคืองานใน Gate  ประกาศในสนามบิน แข่งกับเวลาซึ้งท้าทายมากที่สุดเวลามี caseเพราะเราจะต้องแข่งกับเวลามากจริงๆ ถ้าใครมีแฟนทำงานในธุกิจการบินไม่ว่าจะเป็นพนักงานภาคพื้นหรือลูกเรือถ้าเค้าทานอาหารเร็วหรือทำอะไรเร็วก็ไม่แปลกค่ะ ฮ่าๆ และจะค่อนข้างจริงจังเรื่องการตรงต่อเวลานัดด้วยเช่นกัน

แล้วภาษาอังกฤษมีความจำเป็นต่อหน้าที่นี้ไหมครับ

-มีความจำเป็นค่ะถ้าเราอยู่กับคนเก่งเราจะยิ่งเก่ง ถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมของคนที่เก่ง ตัวเราต้องเก่งขึ้นพยายามอย่าดูถูกตัวเองอย่ามองคนเก่งแล้วได้แต่ชื่นชม เราก็ต้องเก่งให้มากกว่าเมื่อวาน เมื่อถึงเวลาอยู่ในสถานะการณ์ที่คับขันตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้นจริงๆค่ะ ทุกวันนี้ฟองยังฝึกฝนภาษาอังกฤษอยู่เรื่อยๆไม่เคยทิ้งเลย และยังคอยสนับสนุนคนรอบข้างให้รักการเรียนรู้เสมอคอยสอนคอยบอกให้กล้าพูดกล้าคิดและไม่ดูถูกสำเนียงคนอื่นและสำเนียงตัวเองแต่เลือกให้มองที่ตัวเองเป็นหลักแล้วปรับปรุงที่ตัวเรา ต่อให้หลายคนไม่มีโอกาสไปเรียนเมื่องนอกหรือมีหลายคนถามฟองว่าทำไมเลือกไปเรียนที่ฟิลิปินขอบอกก่อนว่าโรงเรียนที่ฟองเรียนเป็นโรงเรียนที่มี native speakers ที่มาจากหลายรัฐในอเมริกา ซึ้งแน่นอนค่ะว่า สำเนียงเค้าก็แตกต่างกันออกไปเพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นจะต้องอายเลยที่จะออกเสียง ถ้าเราออกเสียงผิดเราจะถูกแก้ไขจนกว่าเราจะจำสิ่งที่ถูกเท่านั้นเองแก้เป็นรายบุคคล พอมาทำงานด้านนี้ฟองจะชอบ deal case กับผู้โดยสารทั้งไทยและต่างชาติ อินเดีย อเมริกา จีน (ที่พูดภาษาอังกฤษได้นะค่ะ) ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปิน มาเลเซีย อินโด เวลาเค้าระเบิดลงใส่เราแต่เราสามารถปิดให้เค้าชื่นชมการแก้ปัหาของเราได้บาง case ก็ยากเหลือเกิน แต่พอคำว่า thank you มาคำเดียวหายเหนื่อยเลยจริงๆ ดังนั้นนะค่ะภาษาสำคัญแต่การเครียหูตัวเองสำคัญกว่า ฮ่าๆ คุณไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษเร็วถ้าการออกเสียงของคุณยังไม่แข็งแรง คุณแค่พูดให้ช้าลงแต่ต่างชาติเข้าใจอันนี้คือสิ่งถูกต้องที่สุดแล้วค่ะแต่ถ้าคุณเริ่ม advances ขึ้นเพราะคุณได้พูดได้ทำซ้ำๆจนสมองและลิ้นมันเกิดความเคยชินยิ่งดีค่ะนั้นคือคุณสามารถพูดได้คล่องและได้การออกเสียงที่ชัดด้วย ^^

การทำงานในอาชีพนี้มีแรงกดดันไหมครับ

กดดันค่ะไม่มีใครชอบโดนด่าโดยที่เราไม่ผิดแต่เราต้องอดทนและควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี แม้กระทั้งการเข้าใจเพื่อนร่วมงาน เราต้องรู้จักการรับมือ ถ้าคุยกับต่างชาติไม่มีอะไรหน้าเป็นห่วงค่ะ สิ่งที่ห่วงคือการเจรจากับคนไทยด้วยกันเอง เพราะพื้นฐานวัฒนธรรมทางบ้านเราค่อนข้างละเอียดอ่อนเวลาพูดจึงต้องระวังคำพูดให้มากเป็นพิเศษ

ถ้าสนใจต้องเตรียมตัวยังไงบ้างครับ

-ถ้าแนะนำจะแนะนำให้เริ่มเรียนรู้นิสัยการใช้ชีวิตตัวของตัวเองก่อนค่ะ งานในสายการบินเป็นงานไม่เป็นเวลาเป็นงานที่เสียสละการนอนของตัวเองและตื่นมารอคนอื่นเดินทาง ฮ่าๆ ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเองเราจะเสียเวลาที่มาทำงานแบบนี้และอาจจะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่องานในธุรกิจการบินก็ได้ค่ะ ด้านความอดทนอดกลั้นเวลาเจอคนต่อว่าอันนี้อยู่ที่สภาพจิตใจตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะแก้ปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ยังไง เราจะรับมือกับบุคคลคนนี้ได้ยังไง แต่รายได้และสวัสดิการ วันหยุดต่างๆ ไม่หมูนะค่ะ  merry me free id00 นะจ้าววว😂😂

ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่สนใจอาชีพนี้ไหมครับ

-ฝากยากจัง ฮ่าๆ เอาเป็นว่าถ้าอยากทำอะไรก็ทำเลยที่เรารู้สึกว่าทำแล้วเราได้ประโยชน์ คนอื่นไม่เดือดร้อน และไม่เบียดเบียนใคร ทำเลยค่ะ เราจะไม่มีทางรู้ได้ถ้ามัวแต่ถามคนอื่นว่านั้นดีไหมนี้ดีไหม เราเท่านั้นที่จะตอบตัวเองได้ว่าเราเหมาะสมกับอะไร ถ้าเราไม่เคยผิดพลาดกับสิ่งที่ไม่ใช่มาก่อน เราจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่ใช่สำหรับเราคืออะไร….

เป็นยังไงกันบ้างครับอ่านแล้วสามารถแนะนำหรือติชมได้นะครับเพราะพึ่งเริ่มทำกันนะครับ ฝากถูกใจฝากแชร์กันด้วยนะครับ แล้วมีเรื่องให้อ่านต่อเยอะแยะเลยนะครับ ลองอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องด้านล่างก่อนเลย

อ่านเรื่องราวเกี่ยวข้องได้ที่  สัมภาษณ์อาชีพในฝันของใครหลายๆ คน Flight attendants หรือ cabin crew

เอายิ้มสวยๆ ไปดูกันสักหน่อยนะครับ

สัมภาษณ์อาชีพ Passenger sevice officer

 

 

Facebook Comments